Economic Tactical Plans For No-Brainer Government

ไม่ต้องเป็นรัฐบาลที่ฉลาดมากก็พอจะทำสิ่งเหล่านี้ได้เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบเร่งด่วน ถ้าไม่ได้มีอัตตามากจนเกินไปนัก

1.) ต่อลมหายใจ

สร้างเงินทุนหมุนเวียนโดยพลัน ขยายวงเงินสินเชื่อ 5 เท่า ต่อชีวิตเครื่องจักรธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก

โดยให้เป็นวาระฉุกเฉิน ให้ใช้งบประมาณที่ยังไม่เบิกจ่าย โดยเฉพาะงบประมาณด้านการทหารที่ยังไม่จำเป็น นำมาอัดฉีดเข้าระบบทุนหมุนเวียนให้กับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางโดยผ่านธนาคารพาณิชย์ ให้ขยายวงเงินสินเชื่อกับธุรกิจที่มีสินเชื่อกับธนาคารไว้เดิมอยู่แล้ว โดยเพิ่มวงเงินให้ทันที 5 เท่า เช่น ที่เคยได้วงเงินกู้เดิม 10 ล้าน ก็อาจได้รับการอนุมัติทันทีในวงเงิน 50 ล้าน โดยไม่มีการพักชำระหนี้เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบแก่สถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ และให้มีการผ่อนชำระเป็นปรกติในวงเงินที่เพิ่มให้ด้วย

ในวิธีนี้ ให้ดำเนินการพิจารณาเพิ่มวงเงินสินเชื่อให้กับธุรกิจที่ได้มีการขอสินเชื่อไว้เดิมอยู่แล้วเป็นอันดับแรกก่อน และไม่ต้องพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ใน 5 ปีแรก แต่การเพิ่มทุนหมุนเวียนนี้ จะเป็นโอกาสให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งเป็นธุรกิจสร้างสรรค์อยู่แล้ว สามารถมองหาช่องทางในการปรับปรุงธุรกิจที่มีอยู่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หรือสามารถขยายธุรกิจใหม่ที่เห็นช่องทางได้ ช่วยให้เกิดการขยายตัวทางธุรกิจได้ท่ามกลางวิกฤติ และเนื่องจากไม่ได้เป็นการพักชำระหนี้ จึงไม่ก่อให้เกิดปัญหากับสถาบันการเงิน ทุกคนเดินต่อกันไปได้

ในวิธีนี้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่เป็นเครื่องจักรสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ ก็ยังเดินเครื่องกันต่อไปได้ และยังเป็นแหล่งงานให้กับประชาชน ให้ยังคงมีรายได้ และสามารถทำมาหากิน แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการต่อไปได้

2.) ให้รากฐานแข็งแกร่ง

การแก้ปัญหาการส่งออกสินค้าเกษตรระยะสั้นเป็นการสร้างความแข็งแรงให้กับระดับรากฐานของประเทศได้อย่างมั่นคง

การส่งออกเป็นการนำเอาเงินทุนจากภายนอกเข้ามาสู่ในประเทศได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในช่วงเวลาที่จำนวนท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง จำเป็นต้องสร้างการส่งออกให้ปราศจากอุปสรรค ลดกำแพงทางด้านภาษี เพื่อทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านราคาได้

การสร้างมาตรการทางด้านภาษีใหม่ชั่วคราวสำหรับสินค้าเกษตรของไทย โดยลดภาษีส่งออก เปลี่ยนแปลงข้อจำกัดทางด้านพิกัดการส่งออก โดยยังรักษามาตรฐานของสินค้าไว้ได้ จะเป็นมาตรการที่สำคัญที่จะทำให้สินค้าทางด้านการเกษตรซึ่งเป็นรากฐานของแรงงานและการผลิตของประเทศ มีความมั่นคงและสร้างความมั่นใจในการสร้างรายได้ของเกษตรกร ซึ่งคือการสร้างกำลังใจที่สำคัญให้กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ถ้าเขารู้ว่าผลผลิตของเขาที่กำลังปลูกอยู่ จะสามารถขายได้จำนวนเท่าไหร่ ในราคารับซื้อเท่าไหร่ ก็จะทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการชำระหนี้ และวางแผนการใช้เงินได้อย่างเป็นระบบ และทำให้รากฐานของระบบเศรษกิจมั่นคงได้อย่างรวดเร็วตามไปด้วย

3.) สร้างความหวังสู่อนาคต

ลดภาษีให้กับผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน โดยให้ผู้มีรายได้ระดับกลางเหล่านั้น เลือกที่จะจ่ายภาษีได้ตามจำนวนและกำลังที่สามารถจ่ายได้ หรืออาจขอไม่จ่ายภาษีชั่วคราวได้เป็นระยะเวลา 1 ปี และคืนภาษีย้อนหลังให้กับผู้มีรายได้น้อยกว่าเดือนละ 10,000 บาท (ตัวเลขเป็นเพียงตัวอย่าง)

เป็นการสร้างกำลังใจในทางจิตวิทยา และสามารถให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำ สามารถบริหารการเงินในภาวะวิกฤติ และเดินหน้ากับชีวิตต่อไปได้ โดยรายได้ของรัฐที่หายไป รัฐมีหน้าที่ต้องหามาชดเชยจากด้านอื่น เช่นจากการลงทุนโดยรัฐทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นต้น (รัฐต้องหัดทำมาหากินเองให้เป็นบ้าง อย่ามาคิดแต่จะเก็บแต่ภาษีอย่างเดียว)

อย่างน้อยถ้าประชาชนระดับกลางสามารถอยู่รอดได้ มีความยืดหยุ่นในการจัดการรายรับและรายจ่ายให้สมดุลโดยไม่ต้องกังวลกับภาษี พวกเขาก็จะสามารถปรับตัวให้ผ่านวิกฤติช่วงนี้ไปได้ และเป็นกำลังในการสร้างเศรษฐกิจให้แข็งแรง สำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อยซึ่งเป็นแรงงานหลักสำหรับธุรกิจ เมื่อเขาอยู่ได้โดยมีการช่วยเหลือพอสมควร ก็จะไม่เป็นปัญหาแรงงานในระบบธุรกิจ ธุรกิจเองก็จะมีความยืดหยุ่นในด้านการบริหารรายจ่ายให้สมดุลย์กับรายรับ และทุกอย่างเดินหน้าไปได้

ก็อาจจะไม่ได้เป็นความคิดที่ใช้การได้ไปทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ช่วยกันพยายามคิดครับ เดี๋ยวจะหาว่าด่าเป็นอย่างเดียว

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s