A Source of Breakdown as A Source of Creativity

ในช่วงขณะหนึ่งที่ทุกสิ่งรอบตัวปรากฏสำหรับเราว่า ไม่ได้เกิดขึ้นในวิธีที่เราคาดหวัง ให้ระลึกไว้เสมอว่า นั่นคือช่วงเวลาที่เราควรจะเริ่มสร้างบางสิ่งบางอย่าง และไม่ใช่เวลาที่เพียงพยายามแค่จะเอาตัวรอด

ทุกคนมีช่วงเวลาที่ต้องประสบกับความผิดหวังเมื่อทุกสิ่งไม่ได้ดำเนินไปในวิธีที่เราคาดหวัง หลายครั้งที่เราพยายามอธิบายสาเหตุของความผิดหวัง (Breakdown) เหล่านั้นมาจากความผิดพลาด (Wrongness) ของตัวเราหรือผู้อื่น ซึ่งการกล่าวโทษตัวเราหรือผู้อื่นดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ทำให้เราอธิบายได้ง่ายและรวดเร็วว่าความผิดหวังเหล่านั้นมี ‘เหตุผล (Reason)’ มาจากสิ่งใด เราคุ้นเคยกับการมองทุกสิ่งทึกอย่างในตรรกะของ ‘เหตุ’ และ ‘ผล’ ในวิธีที่อธิบายทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเรา รวมถึงสิ่งที่ทำให้เราผิดหวังด้วย

เรามักจะมองว่าเวลาที่สิ่งที่เราคาดหวังไม่ได้ดำเนินไปในแบบที่เราคาดหวังนั้น มันเกิดขึ้นเพราะมีบางสิ่ง บางคน หรือบางอย่างเกิดขึ้นโดยมีความผิดพลาด และเราจะรีบสรุปความผิดพลาดนั้นว่าเป็นสาเหตุของความผิดหวังและในเสี้ยววินาทีต่อจากนั้นเราก็จะกล่าวโทษ (complain) ไปที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ว่าเป็นต้นกำเนิดของความผิดพลาดนั้น เพียงเพื่อจะหาเหตุผลอย่างรวดเร็วสำหรับความผิดหวังนั้นๆ

โดยที่อาจจะลืมกันไปว่า ความคาดหวังต่างหาก คือสาเหตุที่แท้จริงของความผิดหวัง

ความผิดหวังถูกสร้างขึ้นจากรากฐานของความคาดหวัง ทั้งหมดของความผิดหวังคือการที่เรามีความคาดหวัง อาจจะเกี่ยวกับคนว่าเขาจะลงมือทำในวิธีที่เราคาดหวัง หรือเกี่ยวกับสถานการณ์ว่ามันจะดำเนินไปในวิธีที่เราคาดหวัง เมื่อพิจารณาแล้ว ต้นกำเนิดที่แท้จริงของความผิดหวังจึงไม่ได้เกิดจากคนหรือสถานการณ์นั้น หากแต่เกิดจากความคาดหวังที่เรามีต่างหาก

ถ้าเราไม่มีความคาดหวัง ก็จะไม่มีวันที่เราจะผิดหวังเลย

ต้นเหตุเดียวของความผิดหวังก็คือความคาดหวัง ไม่ใช่ความผิดพลาดของตัวเรา คนรอบข้างเรา หรือแม้แต่สถานการณ์ที่ผ่านไปเลยแม้แต่น้อย และเชื่อหรือไม่ว่า สิ่งที่ทำให้ตัวเราไม่มีพลังมากที่สุด กลับกลายเป็นที่วิธีที่เรากล่าวโทษตัวเราว่าผิดพลาด และเป็นต้นเหตุของของความผิดหวังนั้น ที่เรามักจะอธิบายอย่างชำนาญว่ามันคือ ‘ความล้มเหลว (Failure)’ ความล้มเหลว เป็นการให้ความหมายกับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้ดำเนินไปในวิธีที่เราคาดหวังว่าเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากตัวเรา ทั้งหมดนี้นั้น ไม่ได้มีอยู่จริง

ผู้คนอาศัยอยู่ในความหวาดกลัวอันเนื่องมาจากความล้มเหลวและคิดว่าความล้มเหลวนั้นมันช่าง ‘จริง’ สำหรับพวกเขา เขาให้ความหมายกับตัวเขาว่าเป็น ‘คนที่ล้มเหลว’ และใช้ชีวิตที่มาจากความกลัวที่จะเป็นคนที่ล้มเหลว นั่นเป็นสาเหตุหลักที่ผู้คนใช้ชีวิตมาจากความกลัวที่มาจากอดีตที่บางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้นในวิธีที่เราคาดหวัง จมปลักอยู่ความหมายของความผิดพลาดที่เขาให้ความหมายกับมัน และไม่สามารถสร้างสิ่งใหม่ๆ หรือพาตัวเองไปสู่ความเป็นไปได้ของพวกเขา ที่รออยู่ในอนาคตได้

สิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในวิธีที่เราคาดหวังไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากความผิดพลาด แต่เกิดมาจากความคาดหวังเองที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในฐานะ ‘ความเป็นไปได้ที่อาศัยอยู่ในบริบท (Possibilty within The Context)’ แต่กลับถูกสร้างจากความคาดหวังที่มาจากความหวังลมๆแล้งๆ (Hopefulness) ว่าบางสิ่งบางอย่างจะเกิดขึ้นในแบบที่เราคาดหวัง เมื่อเรากลับมาคิดถึงทุกสิ่งที่เคยผิดหวังกันอีกครั้งหนึ่งก็จะพบว่า ในวิธีที่เราผิดหวังนั้นเป็นเพียงเพราะว่าเราไม่ได้สร้างให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นในฐานะ ‘ความเป็นไปได้’ แต่เราทิ้งมันไว้ให้เป็นแค่ความคาดหวังแบบลมๆแล้งๆว่ามันจะเกิดขึ้น หรือผู้คนอื่นๆจะทำให้มันเกิดขึ้นในวิธีที่เราคาดหวัง เราไม่ได้ ‘รับผิดชอบ (Responsible) กับผู้คนและสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นในวิธีที่ทำให้แน่ใจว่าสิ่งที่เราคาดหวังนั้นมันจะเกิดขึ้นอย่าง 100% เราไม่ได้ติดตามสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นให้มันคงอยู่ในฐานะของความเป็นไปได้อยู่ตลอดเวลา ผู้คนจะลงมือทำก็ต่อเมื่อสถานการณ์ตรงหน้าไม่ได้ปรากฏสำหรับพวกเขาว่ามันเป็นเพียงแค่ความคาดหวังของใครคนใดคนหนึ่ง รวมถึงตัวเรา แต่ผู้คนจะลงมือทำเมื่อมันปรากฏสำหรับเขาว่า สิ่งที่เขาจะทำและสถานการณ์ที่เขาอาศัยอยู่มันเป็น ‘โอกาส (Opportunity)’ สำหรับตัวเขา และมันเป็นความเป็นไปได้สำหรับโอกาสสำหรับตัวเขา นั่นเป็นสาเหตุเดียวที่จะทำให้เขาลงมือทำอย่างมีพลัง

เมื่อเราไม่ได้มองเห็นอนาคตของเราในฐานะความคาดหวัง แต่เราเริ่มมองเห็นความเป็นไปได้ของตัวเราและผู้อื่น ที่อาศัยอยู่ในบริบทนั้นๆ เราจะเริ่มมองเห็นการลงมือทำในฐานะที่มันเป็นโอกาสสำหรับตัวเรา และเมื่อเราเริ่มมองเห็นมันเป็นโอกาสแล้วสถานการณ์ในอนาคตนั้นก็จะ ‘ปรากฏ (Occuring)’ สำหรับเราในวิธีที่เป็นความตื่นเต้นและมีชีวิตชีวาสำหรับเราและเป็นแรงผลักดันให้เราเริ่มลงมือ ‘ทำ’ เราและผู้คนทุกคนลงมือกระทำสอดคล้องกับวิธีที่สถานการณ์มันปรากฏสำหรับเราเสมอ ถ้า ‘การปรากฏ (Occuring)’ นั้นมันชัดเจนสำหรับเราว่าเป็น ‘โอกาส’ หรือ ‘ความเป็นไปได้’ แล้วนั้น เราก็จะลงมือทำในวิธีที่เราเริ่ม ‘สร้างสรรค์ (Creating)’ บางสิ่งบางอย่างและทุกๆอย่างได้อย่างง่ายดาย ไม่มีความกลัวความผิดพลาดหรือความล้มเหลวที่รออยู่ในอนาคตมาขวางการสร้างสรรค์ (Creativity) เพราะเราเข้าใจแล้วว่า ความผิดพลาดหรือความล้มเหลวนั้นไม่ได้มีอยู่จริง หากแต่เป็นเพียงความหมายที่เราสร้างขึ้นจากการที่บางสิ่งบางอย่างไม่ได้เกิดขึ้นในแบบที่เราคาดหวังเท่านั้น เราแค่รับผิดชอบให้ได้ว่าความคาดหวังของเราเป็นเพียงความคาดหวังที่ไม่ได้ถูกสร้างจากความเป็นไปได้ที่อาศัยอยู่ในบริบท และนั่นเป็นต้นกำเนิดเดียวของสิ่งที่เราอาจจะเรียกความเป็นความผิดพลาดและล้มเหลว และต้นกำเนิดนั้นล้วนมาจากตัวเราและเป็นสิ่งเดียวที่ขวางเราจากการสร้างสรรค์ทั้งมวล

การสร้างสรรค์จึงอาศัยอยู่ในโลกของความเป็นไปได้และถูกสร้างขึ้นในบริบทใดบริบทหนึ่งเสมอ

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s