Taxi Radio by FullFat Theatre

ผมได้ไปดูละคอนเรื่อง TaxiRadio ตั้งแต่รอบแรกนะครับ

ผมไม่แน่ใจว่าผู้คนสมัยนี้เขาขอบดูละคอนแบบไหนกัน ผมเองเติบโตขึ้นมาในสมัยที่ศิลปะแขนงนี้มันกำลังเบ่งบานกันในประเทศไทย เริ่มต้นจากการเข้าไปเล่นละคอนถาปัด เสร็จแล้วก็มาเขียนบท กำกับ ทำไฟ ไปจนถึงแต่งเพลง ทั้งหมดนี้สมัครเล่นล้วนๆครับ จนต่อมาก็ได้ศึกษาตามไปดูละคอนของวิกต่างๆ ตั้งแต่อักษรฯไปจนถึงนิเทศฯ ไม่ได้เรียกว่าชำนาญ แต่เรียกว่ารักกันมากกว่า

ตอนไปเรียนอังกฤษ ก็ได้มีโอกาสไปดูละคอนในลอนดอนอยู่หลายเรื่องตั้งแต่โรงเล็กๆไปถึง West Ends ตอนไปเรียนนี่ก็ไม่ค่อยมีสตางค์หรอกนะครับ ต้องอาศัยมีผู้ใหญ่มาจากเมืองไทยอยากให้พาไปดูแล้วก็เลยได้ติดสอยไปดูด้วย หลายเรื่องก็ดูซ้ำหลายรอบ เรื่องที่เล่นโรงเล็กๆบัตรก็จะถูกหน่อย นักเรียนไร้ทุนสมัยนั้นอดข้าวซัก 2-3 มื้อก็พอจะพาตัวเองไปดูได้บ้าง บางคนที่ทำละคอนเคยบอกผมว่าศิลปะแบบนี้มัน’เข้ายากออกยาก’ เรียกได้ว่าถ้ารักกันแล้ว จะถอนตัวกันไม่ขึ้นกันทีเดียว

ผมดูละคอนของอ้น นพพันธ์ มา 2-3 ครั้ง ครั้งหลังสุดก่อนเรื่องนี้ก็คือ Co-Exist ที่ฝ่าฟันกันมาเล่นใน Warehouse 30 ตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จดี นับว่ากล้าหาญบ้าบิ่นอยู่ไม่น้อย Co-Exist สนุกในวิธีที่เราเฝ้ามองบทสนทนาของตัวละคอนพาอารมณ์เราลอยไปตัดกันในที่ต่างๆ ทิ้งเราไว้กับอารมณ์ของมนุษย์ที่จุดต่างๆ ที่ๆมนุษย์คงอยู่ท่ามกลางความสับสนของสังคมเมือง ซึ่งนักแสดงทุกคนถ่ายทอดบทออกมาเป็นละคอนได้อย่างเชือดเฉือนและเปี่ยมไปด้วยทักษะ

แต่ Taxi Radio พาเราไปสู่การเดินทางที่ซับซ้อนขึ้นถึงขั้นอุกฤต และเป็นวิวัฒนการของละคอนที่ผมต้องนั่งอ้าปากค้างไปตลอดชั่วโมงเศษที่นั่งชม โครงสร้างของบทพูดของตัวละคอนนำแต่ละตัว เหมือนจะเริ่มต้นก่อกำเนิดอย่างเรียบง่ายท่ามกลางบริบทของชีวิตคนเมืองที่สิ้นหวัง โดยที่ไม่มีเจตนาที่ชัดเจนว่าจะพาเราไปที่ใด ในขณะที่เราตกอยู่ในภวังค์ของความว่างเปล่า เราก็รู้สึกตัวว่าถูกละคอนค่อยๆดึงเราเข้าไปสู่ท่ามกลางใจกลางพายุของโศกนาฏกรรมที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของความแดกดัน เรื่องราวความตลกอันบัดซบของชีวิตก็ถูกคลี่คลายออกมาอย่างต่อเนื่องครบทุกอรรถรส ตั้งแต่สังคม เศรษฐกิจ การเมือง แต่ทั้งหมดถูกนำเสนออย่างลึกลับและแยบคายผ่านบทสนทนาที่แสนบรรจงเขียน บรรจงเล่นโดยทุกตัวละคอน รวมทั้งเสียงดนตรี ที่ไม่ได้เป็นแค่องค์ประกอบของละคอน แต่เป็นอีกหนึ่งบทสนทนาที่ถูกสร้างมาให้กลมกลืนกัน ทำให้เรื่องราวทั้งหมดร้อยเรียงต่อเนื่องได้อย่างสนุกสนาน เพลิดเพลินจนลืมเวลากันทีเดียว

สิ่งที่ต้องชื่นชมอีกสิ่งหนึ่ง นอกจากการออกแบบ set ทั้งหมดให้มีการพูดคุยกับ space ของโกดังได้อย่างมีศิลปะแล้ว การออกแบบแสงสำหรับละคอนเรื่องนี้ ก็มีสิ่งที่ช่างไฟละคอนเก่าอย่างผมต้องก้มกราบ มีความคิดใหม่และความกล้าหาญอยู่ในการออกแบบที่ทำเอาผมประหลาดใจได้ตลอดการแสดง นึกในใจไปตลอดทางว่า ‘เฮ้ย มันทำอย่างนี้ก็ได้เว้ยเฮ้ย’ แต่ในความแปลกใหม่นั้น ก็สอดคล้องไปกับบรรยากาศกลางถนนยามค่ำคืนของกรุงเทพได้อย่างแนบเนียน เป็นการออกแบบแสงที่ลงตัว มาดูไฟอย่างเดียวก็สนุกเกินคุ้มละฮะ

ถึงไม่ได้มาเล่นที่ Warehouse 30 ก็คงจะเชียร์ให้มาดูกันอยู่ดีครับ ศิลปะของละคอนคงอยู่ได้ในมิติที่แตกต่างกันได้มาก และการสัมผัสกรรมวิธีใหม่ๆ มีประสบการณ์ใหม่ๆในศิลปะประเภทต่างๆอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เราคงอยู่ในบทสนทนาของการสร้างสรรค์เป็นปรกติ และสำหรับผมนั่นคือสิ่งที่มีความหมายที่สุดในการคงอยู่ในการเป็นมนุษย์

เขียนบทและกำกับการแสดง: นพพันธ์ บุญใหญ่

เล่นดนตรี: วทัญญู นิวัติศัยวงศ์, อาภาวี เศตะพราหมณ์

ออกแบบแสง: พรพรรณ อารยะวีรสิทธิ์, ประภัสสร สุขเกษตร, ลภนภัทร ดวงพลอย

โรงละคอน: Warehouse 30

#TaxiRadiobyFullFat

#FullFatTheatre

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s