Algorithm For Creativity

หลังจากดูการบรรยายของคุณ Misayoshi San ผู้ก่อตั้ง SoftBank ที่ว่าด้วยเรื่อง AI (Artificial Intelligence) แล้วก็ชวนให้คิดอยู่สองสามเรื่องครับ

มันน่าสนใจที่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แม้แต่รองเท้าของเราก็อาจมีหน่วยประมวลผลที่มีจำนวนของทรานซิสเตอร์มากกว่าเซลล์ประมวลผลในสมองของเรา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าหน่วยประมวลผลจะมีความฉลาดมากว่าสมองของเราเสมอไป

มันดูเหมือนว่าความสามารถของสมองมนุษย์นั้น มีความสลับซับซ้อนมากกว่าความถี่และความเร็วในการเลือก  0 และ 1 แบบดิจิตอล ที่แม้กระทั่งนักประสาทวิทยาก็ยังเข้าใจได้ไม่ถ่องแท้ทั้งหมด และแน่นอนถ้าเป็นสิ่งที่มนุษย์ยังไม่เข้าใจอัลกอริทึมของมันแล้วไซร้ เครื่องจักรก็ยังจะไม่มีความสามารถที่จะ ‘คิด’ เกินกว่าความเข้าใจของเราไปได้ เพราะมันเองก็ยังต้องอาศัยมนุษย์ในการสร้างตรรกะของการ ‘คิด’ เหล่านั้นขึ้นมาอยู่ดี

สิ่งหนึ่งซึ่งมนุษย์เองก็ยังไม่เข้าใจได้หมดจด ก็คือคำถามที่ว่า การสร้างสรรค์ (Creativity) นั้น เกิดขึ้นในมนุษย์ได้อย่างไรจริงๆ เรามีแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ต่างๆจากบรรดาผู้รู้ต่างๆมากมายหลายสำนักเหลือเกิน ที่ชวนให้ ‘คิดนอกกรอบ’ บ้าง ‘คิดต่าง’ บ้าง หรือแม้กระทั่งการคิด ‘ไปข้างหน้า’ บ้าง ล้วนแล้วแต่เป็นเพียง ‘แนวคิด’ ที่มีเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ทั้งสิ้น แต่ไม่มีวิธีไหนเลยที่รับประกันผลลัพธ์ในการลงมือทำตามนั้นแล้วจะได้มาซึ่งผลลัพธ์แบบเต็มร้อย ในวิธีที่สามารถสร้างเป็นอัลกอริทึมของการสร้างสรรค์ได้ และถ้าเราไม่สามารถสร้างอัลกอริทึมของการสร้างสรรค์ได้ เราก็ทำให้มนุษย์ทุกคนเป็นคน ‘สร้างสรรค์’ ไม่ได้ เราก็ทำให้เกิด AI ที่สามารถสร้างสรรค์ได้เช่นกัน

จนกระทั้งตอนนี้

หัวใจหลักของอัลกอริทึมของการสร้างสรรค์ ไม่ได้อยู่ที่การรู้ (Knowing) แต่อยู่ที่การปฏิเสธที่จะรู้ (Unknowing) ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ตรงข้ามกับการพัฒนาปัญญาอัจริยะทั้งมวล การสร้างสรรค์ที่คล่องแคล่วคือความสามารถที่จะจัดโครงสร้างขององค์ความรู้ทั้งหมดใหม่ โดยไม่ได้อยู่ในฐานะที่เป็นเนื้อหาหรือสาระ (Content) หรือเป็น ‘เหตุ’ ของการสร้างสรรค์ แต่กลับกลายเป็นบริบท (Context) ของการสร้างสรรค์ จนเกิดเป็นที่ว่าง (Space or Clearing) สำหรับการสร้าง ในวิธีที่ความเป็นไปได้ทั้งมวลสามารถก่อกำเนิดได้ในบริบทนั้นๆ

สิ่งเดียวที่เราจะต้องทำคือ ถามคำถามเพียงคำถามเดียวว่า “มีอะไรบ้างที่เป็นไปได้ในบริบทที่เราอาศัยอยู่ (What is possible within the context?)” ในคำถามที่เป็นความขัดแย้งในตัว (Paradoxical) เพียงคำถามเดียวนี้เอง จะต้องถูกถามขึ้นในวิธีที่เหตุผลทั้งหมดถูกวางไว้ในฐานะบริบทและตรรกะทั้งหมดจะถูกจัดเรียงใหม่โดยเป็นอิสระจากเหตุผล เปรียบเทียบกับการทำงานของสมองที่เครือข่ายของระบบประสาท จะปล่อยวางการจับกันของขั้วบวกและลบลงชั่วคราว และเลือกการจับกันในรูปแบบ (Pattern) ใหม่เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อ (Flow) ในแบบใหม่ เป็นที่มาของการสร้างสรรค์ ความคิดใหม่ๆ

ความท้าทายก็คือ ในขณะที่พื้นฐานของ AI นั้น พยายามทำเครื่องจักรฉลาดขึ้นในวิธีที่สามารถประมวลผลได้มากขึ้นและเร็วขึ้น หนทางเดียวในการทำให้เครื่องจักรสามารถคิดแบบสร้างสรรค์ได้นั้น เรากลับต้องสร้างให้เครื่องจักรนั้นมีความสามารถที่จะ ‘โง่’ ได้ในเสี้ยววิธีหนึ่ง เสมือนเด็ก 10 ขวบที่เต็มไปด้วยจินตนาการและความเป็นไปได้อย่างไร้ขอบเขต อัลกอริทึมของการสร้างสรรค์จึงดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ท้าทายปัญญาประดิษฐ์ในการสร้างตรรกะที่ตรงกันข้ามกับทุกสิ่งที่เครื่องจักรถูกสร้างมาให้มันเป็น และนั่นหมายถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ยังคงจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่คงอยู่กับมนุษย์เท่านั้นไปอีกนานแสนนาน

2 comments

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s