All The Things That We Left Behind

ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีเช้าตรู่วันนี้ในเครื่องบินที่จอดอยู่ในสนามบินจังหวัดพิษณุโลก 

เป็นเหตุอันดีที่จะหลบหนีเจ้าหนี้ที่ระดมทวงกันด้วยความชอบธรรม มาทำงานการกุศลให้หัวใจแช่มชื้นขึ้น อ่อ แล้วถ้าคิดว่าสถาปนิกอย่างผมจะมีชีวิตเท่ เก๋ สบายๆ มีเงินใช้ตามใจชอบนี่ ลืมไปเลยนะผมทำธุรกิจหลายอย่างไปพร้อมกับการทำอาชีพสถาปนิกที่ผมรัก ก็เพื่อจะให้ผมยังรักมันอยู่ได้ และก็เป็นธรรมดาที่ถ้าตั้งใจจะทำธุรกิจแล้ว จะต้องลืมคำว่าเสียใจ 

มีขึ้นมีลงนะครับ ชีวิต

ผมได้รับเชิญจากทางโรงพยาบาลยุพราชที่ หล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้มาเป็นประธานคณะกรรมการดูแลการปรับปรุงห้องพักผู้ป่วยระยะสุดท้าย ของโรงพยาบาล ขนาด 4×6 เมตร จำนวน 1 ห้อง ดูขนาดโครงการแล้วก็เหมือนจะเล็กมากนะครับ ตอนแรกผมก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ก็เนื่องมาจากสาเหตุที่ว่ามีธนาคารเอกชนแห่งหนึ่งตั้งใจจะสนับสนุนการปรับปรุงห้องพักผู้ป่วยนี้ในงบประมาณที่จำกัด ทางโรงพยาบาลจึงขอความร่วมมือมาให้ผมช่วยดูให้ แต่เนื่องจากงบประมาณมีไม่มากพอจะจ้างผมได้ จึงขอความอนุเคราะห์มาเป็นการให้คำปรึกษาแทน 

ซึ่งผมก็ว่าดี ไม่มีเงินจ้าง ก็เลยขอให้ช่วยกันฟรีเลย 

แต่เขามีทีมสถาปนิกอีกทีมหนึ่งเข้ามาทำงานให้ ผมเองก็รู้สึกว่าชีวิตช่วงนี้ยากเข็ญพิลึก การทำบุญกุศลบ้างน่าจะเป็นเรื่องดี ก็เลยตกลงได้โอกาสหนีจากความวุ่นวายในเมือง พาตัวเองออกมาอยู่ท่ามกลางภูเขาทะเลหมอกในเพชรบูรณ์ และมาอยู่กับโรงพยาบาลในต่างจังหวัดที่ไกลโพ้น

วินาทีแรกที่ผมเดินทางมาถึงที่โรงพยาบาลยุพราชหล่มเก่านี้ ก็สังเกตเห็นอะไรหลายอย่าง ที่นี่เป็นโรงพยาบาลขนาดกลาง มีจำนวนเตียงหลายร้อยเตียง อาคารมีสภาพทรุดโทรมอยู่บ้าง แต่ก็ยังได้รับการดูแลให้สะอาดสะอ้าน มีการบำรุงรักษาเป็นอย่างดีเท่าที่มีปัจจัยจะพอทำได้ บุคลากร ดูแต่งตัวสะอาดสะอ้านเรียบร้อย โถงทางเดินต่างๆ แม้ว่าจะต้องมีเตียงคนไข้ออกมาวางตามทางเดินบ้างเพราะว่าห้องพักผู้ป่วยไม่พอ แต่ทางเดินเหล่านั้นก็ยังสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบได้อย่างน่าประหลาดใจ พอผมได้พบกับท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ออกมาต้อนรับก็สิ้นสงสัย ท่านผอ.หน้าตาเป็นชายกลางคนที่มีเมตตาอย่างน่ารัก สอบถามไปก็เลยทราบว่าอายุน้อยกว่าผม 4-5 ปี พื้นเพเป็นคนหล่มสัก อยู่ไม่ไกลจากหล่มเก่านี้เท่าไหร่ เพราะเหตุนี้นี่เองโรงพยาบาลนี้จึงเต็มไปด้วยจิตวิญญานที่ดี เพราะว่าคนท้องถิ่นเดียวกันเป็นคนดูแลนี่เอง

คนท้องถิ่นดูแลคนท้องถิ่นด้วยกัน มักจะได้ผลลัพธ์ที่อบอุ่นกว่าเสมอ

มองเห็นคนไข้ที่ต้องนอนอยู่ตามทางเดิน เอาเตียงบ้างฟูกบ้างมาเป็นที่นอน สายน้ำเกลือระโยงระยาง ชวนให้คิดวิตกว่าถ้าเราต้องมาอยู่ในสภาพเดียวกับพวกเขาบ้าง ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร ไหนจะเจ็บป่วยต้องต่อสู้กับโรค แล้วต้องนอนตากยุงตอนกลางคืน ฝนตกก็กระเด็นสาด ญาติที่มาเฝ้าก็ต้องนั่งกันเกลื่อนกลาดตามทางเดิน ถ้าถามทั้งญาติและคนไข้เหล่านั้นว่า ให้เลือกระหว่างตึกห้องพักรวมใหม่หนึ่งตึกที่กันฝนกันยุงได้ แลกกับเรือดำน้ำสามลำ เครื่องบินรบอีกฝูงนึง แทบจะไม่ต้องคิดก็รู้เลยว่าคนเหล่านี้เขาเลือกที่จะอยากได้อะไรมากกว่ากัน ในวินาทีที่ความเป็นความตายของชีวิตพวกเขาจ่ออยู่ตรงหน้าแบบนี้

ก็จริงว่าถ้าเราไม่มีอาวุธ ไม่มีทหาร เราก็คงไม่มีใครปกป้องประชาชนจากศัตรูให้เราเป็นแน่ แต่ถ้าประชาชนอดตาย ล้มตายกันจนหมด ทหารก็คงไม่รู้จะปกป้องประชาชนที่ไหนเหมือนกัน อาวุธกับโรงพยาบาล จึงเป็นทางเลือกที่วัดใจวิสัยทัศน์ของผู้นำอย่างไม่ต้องสงสัย

งานของผมก็คือดูแลให้การปรับปรุงให้ห้องพักผู้ป่วยระยะสุดท้าย ออกมาเป็นห้องพักผู้ป่วยที่ผ่อนคลาย และทำให้ผู้ป่วยและญาติมีความสุขด้วยกันดีที่สุดในช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยได้เงินจากธนาคารกรุงเทพมาร่วมบริจาคปรับปรุง และผมก็จะคอยดูแลร่วมกับคณะกรรมการ เพื่อให้มียอดบริจาคปรับปรุงโรงพยาบาลยุพราชนี้อย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีห้องพักที่ดีให้กับคนไข้ทุกคนที่ต้องการในอำเภอหล่มเก่าและละแวกใกล้เคียง ประชาชนคงต้องช่วยประชาชนด้วยกันเอง ตราบใดที่รัฐยังสนใจแค่การซื้ออาวุธ ก็คงมีแต่เราด้วยกันเองนี่แหละที่จะเห็นความสำคัญของชีวิตประชาชนด้วยกัน

เพียงเพื่อที่จะกลับมาทำมาหากินกับอาชีพ หาเงินมาใช้หนี้ ด้วยหัวใจที่พองโตต่อไป

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s