End of Days: Part I

อันเนื่องมาจากการที่รัฐบาลกระทำการอย่างกล้าหาญในการไล่แรงงานต่างด้าวออกจากประเทศในทางเทคนิคอย่างอุกอาจ เลยทำให้ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนทัศนะกับผู้รับเหมาที่ทำงานก่อสร้างอยู่ในหน่วยงานก่อสร้างโครงการผม

ผู้รับเหมาเล่าว่า ตั้งแต่มีประกาศพรก.ออกมา เขาต้องส่งคนงานจำนวนครึ่งนึงกลับพม่าทันที และทำให้การทำงานที่แสนจะยากเข็ญอยู่แล้วในสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันยุค GDP 3% เศษ(ถ้าเอารายรับการท่องเที่ยวออกจะเหลือ 1.5%) นั้น ยากเข็ญหนักเข้าไปอีก โดยปรกติแล้ว การขออนุญาตให้แรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานนั้น กระบวนการขอต้องใช้เวลาเกือบ 4 เดือน นั่นแปลว่าถ้าต้องการใช้แรงงานวันพรุ่งนี้ นายจ้างยื่นเอกสารผ่านกระบวนการเรือเกลือของรัฐ อีก 4 เดือนแรงงานคนนั้นถึงจะได้รับเอกสารอนุญาตกันไป ซึ่งนายจ้างส่วนใหญ่ก็จะยอมเสี่ยงให้แรงงานเหล่านั้นทำงานไปก่อนโดยไม่มีเอกสาร และไปลุ้นกับค่าปรับเอาซึ่งมากน้อยคิดแล้วคุ้มกัน หรือไม่ก็ต้องจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้เอกสารเร็วขึ้น หรือหลีกเลี่ยงการเข้ามาไล่จับแรงงานเหล่านั้น สนนราคาในการจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ก็อยู่เฉลี่ยหัวละ 10,000-20,000 บาท สำหรับนายจ้างแล้วก็คุ้มเสี่ยงอยู่ ก็ทำกันเป็นวิธีปฏิบัติจนคุ้นชิน

แต่ก็มีนายจ้างอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่แบบนั้น แล้วก็ไปเสี่ยงโดนปรับเอา ซึ่งการปรับนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐลำบากอยู่สองประการ หนึ่ง คือได้เงินสินบนน้อยลง กับ สอง ต้องเสียเวลานั่งกินกาแฟเพื่อออกไปไล่จับ เชื่อกันว่า การมีพรก.ฉบับนี้โดยเพิ่มค่าปรับไปสูงจนหาที่มาที่ไปไม่ได้นั้น ทำไปเพื่อเร่งรัดให้การติดสินบนมีมากขึ้น เพราะโดยปรกตินายจ้างส่วนใหญ่ดำเนินการขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างด้าวกันเป็นปรกติอยู่แล้ว ไม่ต้องมาขึ้นค่าปรับก็เต็มใจทำ แต่การขึ้นค่าปรับนั้นจะทำให้อัตราการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐนั้นมีความถี่และปริมาณสูงขึ้น นับว่าเป็นพรก.ที่ออกมาโดยหวังว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะถูกหวยโดยถ้วนหน้ากัน

ผลกระทบกลับกลายเป็นทางตรงกันข้าม พรก.กลับทำให้นายจ้างส่วนใหญ่ที่ยังขอเอกสารให้แรงงานไม่เสร็จสิ้นต้องรีบส่งแรงงานกลับประเทศ เพราะค่าปรับสูงดีเดือดถึง 800,000 นี่ ไม่มีใครกล้าเสี่ยงจะเล่นด้วย และทำให้แรงงานชาวต่างชาติที่เชื่อว่าตอนนี้มีเกือบครึ่งหนึ่งในตลาดแรงงานทั้งหมด เกิดการขาดแคลนขึ้นอย่างรวดเร็วแบบที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำได้มาก่อน นับว่าเป็นวิกฤติด้านแรงงานที่สร้างสรรค์ความหายนะได้อย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ การทำให้ขาดแคลนแรงงานนั้นมีผลกระทบโดยตรงกับทุกธุรกิจ ตั้งแต่ก่อสร้าง บริการ ร้านอาหาร โรงงาน เป็นระเบิดนิวเคลียร์ทางเศรษฐกิจที่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แบบที่ไม่เคยมีใครเคยคาดคิดมาก่อน โดยเฉพาะรัฐมนตรีคนลงนามคำสั่ง และก็โชคดีมากที่เป็นรัฐมนตรีที่มาจากการแต่งตั้งไม่ใช่เลือกตั้ง ไม่งั้นป่านนี้ต้องลาออก โดนสื่อมวลชนและประชาชนถลกหนังหัวออกมาเสียบประจานกันแล้วเป็นแน่แท้ ความผิดพลาดครั้งนี้เลยสบายไป ไม่ต้องมีใครรับผิดชอบ และปล่อยให้คนรับกรรมคือประชาชนนักธุรกิจ ที่ต้องหลั่งเลือดให้กับวีรกรรมของรัฐบาลอีกรอบในครั้งนี้

แต่ชีวิตก็ต้องดิ้นกันต่อไปครับ ผู้รับเหมาของเราก็ต้องดิ้นกันต่อไป สู้กับงานที่ห้ามล่าช้าแม้ว่าแรงงานชั้นดีจะหายไปครึ่ง (แรงงานพม่านี่ฉาบปูนเนี๊ยบกว่าแรงงานไทยนะฮะ แถมอดทนเป็นเยี่ยม) ก็คงเหมือนกับเหล่าบรรดาสถาปนิกส่วนใหญ่ที่งานก็หายไปครึ่งนึงเหมือนกัน ชีวิตคนไทยเราช่วงนี้มีแต่ความท้าทายตลอดเวลาที่ทำให้เข้มข้นขึ้นด้วยคำสั่งแปลกๆของรัฐบาล บางทีก็สงสัยว่าจะช่วยกันทำมาหากินบ้างได้มั้ย มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ คอยจะเก็บแต่ภาษีตลอดเวลา แต่ไม่เห็นจะออกนโยบายอะไรมาที่ช่วยให้เราลืมตาอ้าปากได้ซักที

#สวัสดีประเทศไทย

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s