Choose Life.

T2 Trainspotting

Choose Life.
ผมคิดว่าการได้ใช้ชีวิตเป็นผู้ใหญ่ที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับนักเขียนอย่าง William Gibson และ Irvine Welsh เป็นสิทธิพิเศษที่ยอดเยี่ยมในการเป็นวันรุ่นตอนปลาย

ในขณะที่ William Gibson กำลังสาละวนกับการหาความหมายของสังคมและการเป็นมนุษย์ที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยี่แบบเป็นหนึ่งเดียว และแสวงหาสัจจธรรมของชีวิตในโลกเสมือนของ Virtual Reality และ Cyberspace อิตา Irvine Welsh ก็พร้อมจะพาเราดำดิ่งไปในด้านมืดของมนุษย์ในโลกของ acid ประเภทต่างๆจนครบถ้วนกระบวนความ ในวิธีที่ไม่เหลืออะไรให้สงสัยอีกต่อไปในอีกด้านของการเป็นมนุษย์

ผมอ่านหนังสืออีกเล่มของ Irvine Welsh ที่ชื่อ Ecstasy Club จนจบ และคิดว่าไม่ควรอ่านหนังสือใดๆของ Welsh อีกต่อไป เพราะมีประสบการณ์เหมือนเมายาอยู่ตลอดเวลา และบางครั้งการเสพติดก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่มันดีกว่าเยอะถ้าได้ออกมาจากตรงนั้นเสียที

เพราะเราเลือกที่จะมีชีวิต

และการเลือกที่จะมีชีวิต ‘Choose Life’ ก็เป็นประเด็นหลักที่สำคัญใน Trainspotting 

ผมเองแน่ใจว่า ก่อนหน้าที่ Danny Boyle จะนำเอานิยายเรื่องนี้มาทำเป็นหนัง คงจะไม่มีใครสนใจหนังสือของ Welsh มากเท่านี้มาก่อนอย่างแน่นอน ใครจะไปสนใจกันนักหนากับชีวิตของเด็กวัยรุ่นจนตรอกห้าหกคนใน Scotland ประเทศที่ในหนังบอกไว้ว่าเป็นประเทศสุดท้ายในขอบโลกที่จะมีใครมาสนใจ และเราก็คงไม่ได้อยากจะเหลือบตาไปดูชีวิตของเด็กชายวัยรุ่นที่ติดยาจนถอนตัวไม่ขึ้น ชีวิตของสังคมในชนชั้นที่แทบจะต่ำสุดของ Scotland โจร นักเลง เพศรส ความยากจน ที่เต็มไปด้วยความกลัวและสิ้นหวัง 

แต่ Danny Boyle ก็สร้าง Trainspotting ออกมาอย่างมีสไตล์ได้อย่างเหลือเชื่อ ก่อนหน้า หนังเรื่องนี้ Boyle สร้างชื่อเสียงจนประสบความสำเร็จไปอย่างมากแล้วกับเรื่อง Shallow Grave แต่มันก็เทียบอะไรไม่ได้กับ Trainspotting ที่เต็มไปด้วยมุมกล้องที่เต็มไปด้วย ‘จินตนาการที่บ้าคลั่ง’ (1)ในวิธีที่ ‘ดำดิ่งเข้าในภาพหลอน’ (2) และเทคนิคของภาพแบบใหม่ๆที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพยนต์ในยุคต่อมาอีกนับไม่ถ้วน จนวัยรุ่นในยุคนี้ถ้ามีโอกาสกลับไปดู Trainspotting ก็อาจจะรู้สึกว่า เอ มันก็ไม่เห็นจะขนาดนั้นนี่หว่า แต่มันจะน่าตื่นเต้นมากถ้าพวกเขารู้ว่า แนวทางของ visual ในภาพยนต์ยุดหลังที่ดูแล้วเวียนหัวเหมือนเมายาทั้งหลายนั้น ล้วนแต่กำเนิดมาจากภาพในหนังเรื่องนี้ เป็นส่วนใหญ่ทีเดียว

ยี่สิบปีผ่านไปสำหรับ Trainspotting เป็นเวลาที่ Begbie ตัวละคอนโรคจิตในเรื่องน่าจะติดคุกไปครบ 20 ปีและได้เวลาที่ออกมาพอดี และอยากรู้ว่าเขาจะทำยังไงกับ Renton ที่ขโมยเงินของพวกเขาไป 16,000 ปอนด์ เมื่อ 20 ปีที่แล้วเพราะเขา ‘เลือกที่จะใช้ชีวิต’ และก้าวข้ามความซื่อสัตย์ในกลุ่มเพื่อน และจะเป็นอย่างไรเมื่อเขาได้กลับมาเจอกับ Sick-Boy กับ Spud อีกครั้ง และก็เป็นเวลาที่เหมาะสมพอดีที่ Danny Boyle นำเอาชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นมาเจอกับเราอีกครั้งในหนังภาคต่อที่รอกันยาวนานถึง 20 ปี ที่เชื่อว่าจะทำให้ทุกคนที่เคยดูภาคแรกเมื่อสองทศวรรษที่แล้วตื่นเต้นกันจนนอนไม่หลับทีเดียว เพราะนอกจะได้เจอเพื่อนเก่าแล้ว คงได้รำลึกกันอีกครั้งว่าตอนยังอ่อนวัยกว่านี้ ชีวิตเรานั้นบ้าแค่ไหน เพื่อที่จะได้ประหลาดใจว่า 20 ปีผ่านไป เราก็ไม่ได้บ้าน้อยลงแม้แต่นิดเดียว

เพราะว่าเราเลือกที่จะมีชีวิต

(1) wildly imaginative
(2) downright hallucinatory)

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s