Skip to content

ความเป็นมนุษย์ดำรงอยู่ด้วยความสามารถในการสร้างสิ่งใหม่

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตอย่างเดียวที่ผมรู้จักที่ไม่เคยหยุดนิ่งกับสิ่งเดิมที่กำหนดไว้อยู่รอบ ๆ ตัว มนุษย์สร้างการกสิกรรมขึ้น เพื่อเอาชนะข้อจำกัดของธรรมชาติ มนุษย์สร้างอุตสาหกรรมขึ้นเพื่อเอาชนะข้อจำกัดของตัวเอง และมนุษย์สร้างเทคโนโลยีเพื่อเอาชนะข้อจำกัดของทุกอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้น

มนุษย์น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ โดยแท้และนั่นน่าจะเป็นสิ่งเดียวที่ดำรงศักยภาพของเผ่าพันธุ์ไว้ได้

หรืออีกนัยหนึ่ง ถ้าเราหยุดคิดเราก็ไม่ใช่คน

ความสามารถในการคิดสิ่งใหม่ ๆ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นความสามารถของสมองมนุษย์ที่สามารถทำงานหลายอย่างพร้อม ๆ กัน ผมไม่แน่ใจว่ามีสิ่งมีชีวิตประเภทอื่นที่สามารถอธิบายและแยกแยะความงามออกจากสิ่งที่ไม่งามได้หรือไม่  ความงามเป็นผลพวงมาจากการประมวลผลของสมองแบบองค์รวม และไม่แยกย่อย  ความสามารถเดียวกันนี้ช่วยให้สมองของมนุษย์สามารถสร้างระบบของข้อมูลของสมองในลักษณะที่เป็นระบบภาพซ้ำ (Pattern) ได้ เมื่อระบบภาพซ้ำนั้นมีขนาดใหญ่พอ สมองมนุษย์ก็จะถูกเหนี่ยวนำให้สร้างภาพใหม่ขึ้นโดยทันที ไม่แน่ใจว่าเราจะเคยสังเกตุหรือไม่ว่าความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นเป็นภาพมากกว่าตัวเลข การคิดแบบตัวเลข ( algorythm ) เป็นผลพวงมาจากการคิดแบบเส้นตรง ซึ่งไม่พอเพียงกับความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการคิดแบบคู่ขนาน (Parallel) เราจำภาพได้ง่ายมากกว่าตัวเลข แสดงให้เห็นว่าสมองมนุษย์ส่วนใหญ่ถูกสร้างมาให้เป็นระบบการคิดแบบสร้างสรรค์โดยกำเนิด

ดังนั้นการคิดให้สร้างสรรค์ไม่ใช่เรื่องยาก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ อยู่ที่ว่าเราจะยอมให้มันเกิดขึ้นหรือไม่เท่านั้นเอง

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

23.07.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=32

ความโกลาหลนำไปสู่วิวัฒนาการ

ระบบที่เสถียรคือระบบที่ตายแล้ว

สิ่งมีชีวิตทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้ตลอดเวลา วิวัฒนาการในธรรมชาติ บางครั้งเกิดจากการสะสมของการเรียนรู้ บางครั้งก็เกิดจากอุบัติเหตุ  แต่ทุกครั้งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนั้นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการจะเริ่มต้นจากความโกลาหลและวุ่นวายเสมอ  สิ่งมีชีวิตใดที่ไม่ยืดหยุ่นพอสำหรับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ต้องมีอันสูญพันธุ์ไปตามระบบของนิเวศน์นั้น ๆ

หรือแม้กระทั่งระบบของสิ่งที่ไม่มีชีวิต น้ำที่ถูกเร่งจนเดือดจนกลายเป็นไอ โมเลกุลของน้ำก็วิ่งชนกันให้วุ่นวาย แต่ผลที่ได้ก็คุ้ม ของเหลวเปลี่ยนสถานะกลายเป็นก๊าซ  สถานะของสสารที่มีความยืดหยุ่นสูงสุด

ในการที่จะคิดสิ่งใหม่ ๆ หรือเดินทางไปสู่วิวัฒนาการใหม่  บางครั้งนอกจากเดินทางย้อนกลับไปเรียนรู้จากอดีตแล้ว  ยังต้องทำความเข้าใจกับโอกาสใหม่ที่จะเกิดขึ้นท่ามกลางช่องว่างของความโกลาหล  เมื่อระบบเคลื่อนตัวออกจากระบบ ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ก็จะเกิดขึ้น และระบบมักจะปรับตัวเข้าสู่สถานะใหม่ที่คล่องตัวกว่าเสมอ สิ่งมีชีวิตก็จะวิวัฒนาการไปสู่สิ่งมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ความคิดใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นและทุกอย่างรอบ ๆ ตัวก็เปลี่ยนแปลงทุกอย่างรอบตัวเราไปสู่ สิ่งที่ดีกว่า

เป็นธรรมดาที่เมื่อสิ่งมีชีวิตมีความคุ้นเคยกับระบบที่เสถียรแล้วจะมีความคุ้นเคยกับความเสถียรนั้น และพยายามเสมอที่จะเดินทางเข้าสู่สมดุลย์ วิธีเดียวที่จะก่อให้ความไม่เสถียรได้นั้นก็เมื่อประชากรของระบบมีจำนวนมากขึ้น และมีผลทำให้ระบบมีความเสี่ยงต่อการขาดสมดุลย์มากขึ้น เนื่องจากกลไกที่รักษาสมดุลย์เดิมนั้นไม่สามารถรองรับจำนวนประชากรของระบบที่เพิ่มขึ้นได้ เมื่อนั้นความโกลาหลก็จะเริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย และนำระบบเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงไปสู่สมดุลย์ใหม่ และก่อให้เกิดวิวัฒนาการในที่สุด

ดังนั้นถ้าคิดจะมีชีวิตก็อย่ากลัวความวุ่นวายและการเปลี่ยนแปลง มิฉะนั้นก็คงไม่ต่างอะไรกับสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้ว

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

02.02.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=33

หาเครื่องมือของคุณให้เจอสำหรับฝึกคิด

เช่นเดียวกับการสร้างสิ่งใด ๆ ความคิดสร้างสรรค์ก็ต้องการเครื่องมือ  (Instrument) ในการช่วยสร้างความคิดนั้น ๆ ขึ้นมา

บางทีการนั่งคิดเฉย ๆ ก็ยากที่จะทำให้ความคิดก่อร่างสร้างตัวขึ้น ผมค้นพบว่า ‘ภาพ’ เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการก่อให้เกิดความคิดใหม่ ๆ สถาปนิกอาจจะเริ่มโดยการร่างภาพของความคิดเป็นกระดาษ นักคิดสร้างสรรค์ในสาขาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่นักออกแบบ อาจจะใช้รูปภาพมากมายในการสื่อถึงความคิดของตนที่มี ไม่สำคัญเลยว่าเครื่องมือของคุณคืออะไร คุณอาจจะพบเครื่องมืออื่น ๆ ได้อีกมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญคือ คุณต้องฝึกฝนการใช้เครื่องมือเหล่านั้นไว้อย่างคล่องแคล่ว  นักเขียนอาจจะใช้ตัวหนังสือในการสร้างสรรค์ แต่ถ้าเขาปราศจากทักษะในการใช้ภาษาที่เก่งกาจ โอกาสที่จะถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ออกมาผ่านตัวหนังสือนั้น ก็อาจะเป็นไปได้ยาก

การสร้างสิ่งใหม่ จำเป็นต้องมีความชำนาญในการใช้เครื่องมืออย่างเชี่ยวชาญ นักดนตรีจะสร้างสรรค์เพลงใหม่ ๆ ได้อย่างไรหากเล่นดนตรีไม่เป็นเลย  หากวันนี้ความคิดสร้างสรรค์ของคุณมันช่างติดขัดเหลือเกิน  แรงเสียดทานเยอะ  ก็อาจเป็นไปได้ว่าคุณยังหา ‘เครื่องมือ’ ของคุณไม่เจอหรือยังฝึกฝนใช้งานได้ไม่ว่องไวนัก ระลึกไว้เสมอว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องของทักษะ (Skill) และความชำนาญเท่านั้นที่จะช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างรวดเร็วและไม่มีขีดจำกัด

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

11.03.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=36

เห็นใกล้และมองไกล

Studio Mumbai in La Biennale Architecture 2010

Studio Mumbai in La Biennale Architecture 2010

ผมได้มีโอกาสชมนิทรรศการของบริษัทสถาปนิกจากอินเดียที่ชื่อว่า Studio Mumbai ในงานนิทรรศการขนาดใหญ่ที่จัดขึ้นทุก ๆ 2 ปี ที่ชื่อว่า Le Biennale Architecture ที่เวนิส

ท่ามกลางความคิดหลากหลายจากทั่วโลก สถาปนิกจากอินเดียนำเอางานเข้าเดือยไม้และงานเข้าไม้ลักษณะต่าง ๆ ในขนาดเท่าของจริงนับร้อยชิ้นมาแสดง  โดยให้เห็นว่าเทคนิคของงานไม้ในท้องถิ่นของอินเดียมีความน่าสนใจอย่างไร ผมคิดว่านี่เป็นนิทรรศการที่ดีที่สุดอันหนึ่งใน Le Biennale

ความคิดสร้างสรรค์นั้น บางทีไม่ได้มาจากที่ไกลเสมอไป แต่มาจากที่ใกล้และไกล ความคิดสร้างสรรค์อยู่รอบ ๆ ตัวเสมอ อยู่ที่เราจะสังเกตุเห็นหรือไม่สังเกตุหรือเราปฏิเสธที่จะเห็น แค่เพียงด้วยเหตุผลว่ามันใกล้หรือไกลเกินไป  ผมคิดว่าถ้าสายตาของเรายังไม่สามารถเห็นให้ใกล้และมองให้ไกลได้ ก็จะเสียโอกาสที่จะได้ความคิดดี ๆ หลายอย่างไปมากทีเดียว

วัฒนธรรมเป็นบ่อเกิดที่ยิ่งใหญ่ของความคิดสร้างสรรค์แต่เราเองก็ต้องมองวัฒนธรรมให้เป็นและเข้าใจวัฒนธรรมไม่ใช่เป็นเพียงประเพณี แต่เป็นสิ่งที่เป็นอยู่คือและต้องสังเกตุค้นหา  หากเรามองเห็นวัฒนธรรมด้วยสายตาที่เฉียบคม เราจะค้นพบว่าเรามีแหล่งน้ำพุ ศักดิ์สิทธิ์แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถตักตวงได้อย่างไม่มีวันจบสิ้น โดยมีรากเหง้าอยู่ภายในตัวของเราทุกคน

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

11.04.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=37

ความแตกต่างอาจไม่เพียงพอสำหรับการสร้างสิ่งใหม่

หลายคนมักจะเริ่มต้นคิดว่าการสร้างสรรค์คือการทำให้แปลกไว้ก่อน ก็ไม่จริงเสมอไป บางครั้งความคิดสร้างสรรค์เริ่มต้นได้จากการเบื่อสิ่งเก่าแล้วจึงพยายามจะเปลี่ยนแปลง แต่ก็ไม่เสมอไปที่การทำให้แปลกจะเป็นเรื่องสร้างสรรค์  นอกเสียจากว่าความแปลกนั้นจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามกันไปในวงกว้าง  จากจุดนั้นความคิดสร้างสรรค์อาจจะถือกำเนิดขึ้นได้

ผมมักจะมีความสนใจในเรื่องราวของ Fashion และ Pop  Culture ในแง่มุมของความคิดสร้างสรรค์ ความน่าสนใจของ fashion ก็คือการเปลี่ยนแปลงของ fashion ไม่เคยถูกกำหนดโดยคนกลุ่มใดเพียงกลุ่มหนึ่ง แต่เหมือนฝูงชนถูกชักจูงไปในทิศทางบางอย่างเป็นองค์ร่วมโดยไม่เฉพาะเจาะจง เหมือนฝูงนกที่บินไปในทิศทางเดียวกันเกาะกลุ่มไปอย่างมีรูปขบวนแต่ปราศจากผู้นำที่ชัดเจน และ fashion ก็นำเราไปสู่สิ่งใหม่ ๆ ได้เสมอ หรือแม้แต่สิ่งที่บางครั้งอาจจะได้รับการดูแคลนว่าตื้นเขินอย่าง Pop Culture ก็มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ตลอดเวลา เป็นเการเปลี่ยนแปลงที่คอยจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

ความแตกต่างอาจไม่พอที่สร้างสิ่งใหม่ แต่ความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง เป็นบ่อเกิดสำคัญแห่งความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นสิ่งเดียวที่จะทำให้ไม่เกิดการตายด้านทางความคิดก็คือ ทันทีที่รู้ว่าเริ่มทำอะไรที่เข้าท่าให้เริ่มหาทางเริ่มเการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่กำลังทำอยู่ให้เร็วที่สุด

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

11.05.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=38

ความคิดสร้างสรรค์ สำคัญที่เป้าหมายและการฝึกฝน

จุดเริ่มในการตั้งต้นคิดก็คือเป้าหมาย (Purpose) ที่สำคัญว่าต้องการจะคิดไปเพื่อหาคำตอบสิ่งใด ความคิดสร้างสรรค์จะไม่เกิดขึ้นหากปราศจากเป้าหมายของความคิดที่ชัดเจนแม้ว่าจะยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่อย่างน้อยก็ต้องมีวัตถุประสงค์ที่มองเห็น  เราอาจจะเดินขึ้นเขาได้หลายทางและสามารถหาทางเดินขึ้นเขาใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา แต่ก็ต้องเห็นได้ชัดเจนก่อนว่าจะขึ้นเขาลูกไหน สูงต่ำแค่ไหน ใกล้ไกลเพียงใด

สิ่งทีสำคัญอีกประการที่ต้องระลึกไว้เสมอก็คือ ความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องของการฝึกฝน (Skill) มากกว่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์ (Talent) คนที่ฝึกคิดบ่อย ๆ ก็จะสามารถมีความคิดใหม่ ๆ ได้คล่องแคล่วรวดเร็ว และเมื่อฝึกคิดจนชำนาญแล้ว แม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้ใช้ความคิดไปสักพัก แต่เมื่อกลับมาคิดก็จะสามารถคิดได้อย่างรวดเร็ว เปรียบเทียบเสมือนกับการถีบจักรยาน ที่เมื่อหัดจนคล่องแคล่วแล้ว จะกลับมาถีบเมื่อไหร่ก็ได้เสมอ

หากวันนี้อยากคิดอะไรใหม่ ๆ แต่ยังคิดไม่ออกเสียที สิ่งแรกที่จะต้องกลับมาดูให้ละเอียดก็น่าจะเป็นเรื่องของเป้าหมายที่ว่า ทบทวนให้ละเอียด หายอดเขาของเราให้เจอ ทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเราจะคิดไปเพื่อหาคำตอบเรื่องอะไร ความคิดสร้างสรรค์ไม่เคยมาจากกระบวนการ แต่มักจะลอยมาง่าย ๆ โดยไม่คาดฝัน หากเป้าหมายของความคิดมีความชัดเจนปรากฏอยู่

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

02.06.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=39#

ความคิดต่างๆล้วนเชื่อมเข้าหากัน

การใช้ภาษาเป็นเรื่องที่น่าสนใจในกระบวนวิธีคิดแบบความคิดสร้างสรรค์ ภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารที่มีการเปลี่ยนรูปและลักษณะการใช้ไปอย่างช้า ๆ ตลอดเวลาที่ภาษานั้นยังมีการใช้อยู่ มีการสร้างสรรค์คำศัพท์ใหม่ ๆ หรือภาษาแสลง เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา  ภาษาเป็นโครงสร้างของเครื่องมือที่มีไวยกรณ์ที่ชัดเจน แต่ไวยกรณ์นั้นก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและมีการออกนอกกรอบของไวยกรณ์นั้นได้ตลอดเวลาเช่นกัน

ทุกครั้งที่เราใช้ภาษา เราก็เป็นคนที่ทำให้ภาษาแข็งแรงขึ้นและน่าใช้มากขึ้นไปทีละน้อย เราอาจจะมองลักษณะการเจริญเติบโตแบบนี้มีลักษณะคล้ายกับองค์ประกอบของระบบนิเวศน์ที่มีการสร้างผลเพื่อไปก่อให้เกิด ‘เหตุ’ ใหม่ที่แข็งแรงขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ก็มีลักษณะคล้ายกัน ความคิดหนึ่งย่อมก่อให้เกิดความคิดใหม่ และความคิดใหม่นั้น ก็จะทำให้ความคิดเดิมแข็งแรงขึ้น และทำให้ความคิดใหม่แข็งแรงขึ้นด้วย

ความคิดต่าง ๆ ล้วนเชื่อมเข้าหากัน การปิดกั้นขอบเขตของความคิดอาจทำให้ความเป็นไปได้ของความคิดสร้างสรรค์นั้นน้อยลง เช่น เมื่อเราคิดถึงงานสถาปัตยกรรม ก็ควรจะเปิดรับความคิดในเรื่องอื่น ๆ ไปด้วย วรรณกรรม ดนตรี วัฒนธรรมและศิลปะ ส่วนเป็นความคิดใหญ่ หากเปิดโอกาสให้ทุกอย่างเชื่อมโยงเข้าหากัน ก็อาจจะช่วยให้ความคิดสร้างสรรค์เจริญเติบโตเข้าหากัน ได้อย่างงดงาม เช่นเดียวกับการเจริญเติบโตของภาษาที่ใช้งานอยู่ ที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้โดยไม่รู้จบ

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

05.07.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=48

คิดจากล่างขึ้นบน

หลายคนมักจะคิดว่ากระบวนการของความคิดสร้างสรรค์นั้น จะเกิดขึ้นได้ต้องมีสมองที่ฉลาดปราดเปรื่องเป็นคนคิดขึ้น และกำหนดจากบนลงล่าง ว่าสิ่งที่จะถูกสร้างขึ้นนั้นจะต้องมีลักษณะอย่างไร  มีรายละเอียดอย่างไร หากเป็นอย่างนั้นจริง คนที่จะมีสมองที่ฉลาดปราดเปรื่องเหล่านั้น ก็คงหาได้ยากยิ่ง และโลกเรานี้ก็คงต้องพัฒนาไปอย่างแร้นแค้นความคิดใหม่ ๆ อย่างเป็นแน่แท้

ความคิดสร้างสรรค์ แท้จริงแล้วเป็นกระบวนการทำงานแบบองค์รวมที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เพื่อให้เห็นภาพใหม่ องค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์นั้นคือรายละเอียด ข้อมูลย่อยที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้  ขอเพียงให้มีใครสักคนที่มองเห็นองค์ประกอบย่อยเหล่านั้นในองค์รวม โดยใช้เวลาที่เหมาะสมแม้แต่คนที่ฉลาดน้อยที่สุด ก็สามารถที่จะกำเนิดความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

หากดูการเชื่อมโยงของ Network  ที่ใหญ่ที่สุดอย่าง Internet อาจจะเห็นภาพได้ชัดเจน เราไม่ต้องอาศัยอัจฉริยะในการเปิดดูเรื่องราวใน Internet เพื่อสร้างความคิดใหม่ แม้แต่เด็กเล็ก ๆ ก็สามารถเกิดความคิดใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา เพียงแค่ใช้เวลากับองค์รวมของเครือข่ายเหล่านี้ และแน่นอนไม่มีใครสร้าง Internet ขึ้นด้วยคนเดียว ทุกคนช่วยกันสร้างขึ้นคนละไม้คนละมือ เป็นการสร้างจากล่างขึ้นบนโดยแท้

ดังนั้น ในการสร้างเงื่อนไขไปให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้นในองค์กรหรือการทำงาน จงหาทางเปิดโอกาสให้ข้อมูลจากข้างล่างขึ้นมาควบคุมองค์รวม หาเหตุให้คิดจากล่างขึ้นบน ความคิดสร้างสรรค์ก็จะเกิดได้เร็วขึ้น

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

02.08.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=49

ฝันให้มากกว่าหนึ่ง

เครื่องจักรที่สลับซับซ้อนแต่ทำงานเพียงหนึ่ง จะมีโอกาสน้อยกว่าที่จะมีประสิทธิภาพเท่ากับเครื่องจักรที่ง่าย แต่ทำอะไรได้หลายอย่าง

เครื่องจักรที่สลับซับซ้อนแม้จะมีประสิทธิภาพสูงเพียงใด โอกาสที่จะเสียก็ง่ายมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งถ้าถูกสร้างมาเพื่อวัตถุประสงค์เดียว การขาดประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะทำให้ผิดพลาดจากวัตถุประสงค์ไป และเสียหายไปทุกอย่าง เครื่องจักรที่มีความซับซ้อนน้อย แต่มีความยืดหยุ่นของวัตถุประสงค์ สามารถปรับตัวได้ง่าย อาจจะต้องใช้เครื่องจักรที่สลับซับซ้อน แต่ความเสียงที่จะไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางก็จะน้อยลง

สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในธรรมชาติมักจะมีวัตถุประสงค์มากกว่าหนึ่งเสมอ องค์ประกอบย่อยของสิ่งมีชีวิตอาจจะมีวัตถุประสงค์ แยกออกไปอย่างชัดเจน แต่เมื่อรวมเข้าเป็นองค์รวมของสิ่งมีชีวิตแล้ว องค์รวมนั้นจะมีวัตถุประสงค์มากกว่าหนึ่งเสมอ การมีวัตถุประสงค์ที่ไม่เฉพาะเจาะจงลงไปเพียงหนึ่ง จะเปิดโอกาสให้เกิดจากวัตถุประสงค์ใหม่ได้ง่ายขึ้น และนำไปสู่กระบวนความคิดแบบสร้างสรรค์

หากเราจะสร้างบางสิ่งจากความว่างเปล่า บางครั้งอาจต้องลืมเรื่องความสมบูรณ์แบบของความคิดนั้น ความคิดที่ไม่สมบูรณ์แต่ใช้การได้ อาจจะมีประโยชน์มากกว่า  และมีความจำเป็นมากที่ต้องคิดถึงความเป็นไปได้ที่มากกว่าหนึ่งเสมอ ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นไม่ได้หากเรามีคำตอบที่ตายตัวสำหรับคำถามไว้ล่วงหน้า มีเป้าหมาย แต่เปิดโอกาสให้ความฝันมีมากกว่าหนึ่งเสมอ

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

01.09.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=50#

Duangrit Bunnag Interview for 25 Minutes TV Programme July 2011

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 3,597 other followers