Skip to content

Posts from the ‘Think Crank’ Category

คิดให้เป็น ทำให้พอ

คนไทยคิดเก่ง แต่ทำน้อยไปนิดนะครับ พวกที่ชอบทำก็ก้มหน้าก้มตาทำ ไม่ค่อยมีเวลาคิด มีคนสนทนากันเยอะว่าทฤษฎี (Theoretical) นี่ควรจะมาก่อนการปฏิบัติ (Practice) หรือ ปฏิบัติมาก่อนทฤษฎี  ผมเองนั้นเห็นว่าได้ทั้งสองทาง  โดยเฉพาะอย่างหลังนี่ก็ไม่ควรละเลย ความคิดสร้างสรรค์หลายครั้งมาจากลงมือทำให้เบื่อจนคิดใหม่ได้ก็มี  ที่แน่ๆคือคิดอย่างเดียวแต่ไม่ทำอะไรเลยนี่ ไม่เกิดแน่

การอ่านนี่ก็ถือว่าเป็นการทำอย่างหนึ่งนะครับ  มีคนเขาบอกว่า วิธีของความคิดนั้นเกิดขึ้นตอนแรกก็มักจะมาจากตอนใส่ข้อมูลเข้าไป  เป็นการสร้างประสบการณ์ให้กับสมอง แต่ในการจะสร้างอะไรออกมาจากสมอง สุดท้ายก็ต้องผ่านสองมืออยู่ดี

ผมมักจะแนะนำให้สถาปนิกและน้กออกแบบที่ทำงานกับผมให้ความสำคัญกับ “สองมือ” ที่ว่านี่ ภาษายากๆเราเรียกว่า Design Instrumental Technique หรือเครื่องมือที่เปลี่ยนความคิดออกมาเป็นสื่อที่จับต้องได้ นักเขียนอาจจะใช้ตัวหนังสือ นักดนตรีใช้ตัวโน๊ตและเสียงเพลง สถาปนิกอาจจะใช้แบบและหุ่นจำลอง แต่ลองนึกไปแล้ว บรรดานักสร้างสรรค์ทั้งหสายล้วนก็มีเครื่องมือที่ว่านี่กันทุกคนแต่อาจจะมีหน้าตาแตกต่างกันไป ดังนั้นถ้าใครคิดจะเริ่มสร้างสรรค์อะไรกัน ก็คงจำเป็นไม่น้อยที่ต้องหาเครื่องมือของคุณให้เจอเสียก่อน

สมอง จะได้มีสองมือโดยไว

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

14.10.2009

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=15

ทำไมกรุงเทพจึงช่างสร้างสรรค์

มีชาวต่างชาติถามผมว่าทำไมกรุงเทพฯ ถึงจะสามารถเป็นเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์ได้ (CreativeCity)  มีอะไรที่กรุงเทพฯ มีแล้วเมืองอื่นไม่มี  ผมให้ความเห็นไว้ 2เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรกคือ กรุงเทพฯ มีโครงสร้างที่ไร้ระเบียบ มีความหลากหลายแต่ท่ามกลางความหลากหลายนั้น  ทุกอย่างสามารถผสมผสานกลมกลืนกันได้เป็นอย่างดี  ความหลากหลายและไร้ระเบียบนั้นเป็นโครงสร้างที่เหมาะสม  ที่จะเอื้อให้เกิดความเป็นไปได้ที่สิ่งต่าง ๆ จะมีการกระโดดข้ามผสมผสานกัน เหตุการณ์กิจกรรมต่าง ๆ ที่มีการปะปนหรือปลูกถ่าย(Grafting) ข้ามสายพันธุ์กันนั้น  เป็นเหตุอันดีที่จะก่อให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ในเชิงสร้างสรรค์ ได้อย่างไม่รู้จบ  ไม่ใช่แต่เพียงการกำหนดพื้นที่ใช้สอยที่ปะปนกันโดยธรรมชาติเท่านั้น แต่การปะปนนั้นย่อมเชื่อมต่อไปถึงคนที่อยู่ในเมืองด้วย  เมืองนั้นสร้างสรรค์เองไม่ได้นะครับ  แต่โครงสร้างของเมืองที่เหมาะสมและเอื้อให้คนปะปนกัน ย่อมทำให้เกิดโอกาสที่คนในเมืองเหล่านั้นจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้อย่างมหาศาล

เรื่องที่สองคือ จำนวนประชากรอันมหาศาลของกรุงเทพฯ  ที่ผมเชื่อว่าในความเป็นจริงแล้วเข้าออกรวมกันน่าจะประมาณ 10ล้านคน ความหนาแน่นของคนย่อมนำพามาซึ่งความหลากหลาย (Diversity) และความหลากหลายนี่เองที่นำพาอื่น ๆ ที่เหลือทั้งหมดให้เกิดขึ้นรวมทั้งความคิดสร้างสรรค์ ระบบนิเวศน์และธรรมชาติดำรงอยู่ได้เพราะความหลากหลาย  หากระบบเหล่านั้นถือกำเนิดใหม่และก่อวิวัฒนการตลอดเวลาเมืองที่อุดมไปด้วยความหลากหลายก็ย่อมเกิดวิวัฒนาการสร้างสรรค์ได้ตลอดเวลาเช่นกัน

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

10.11.2009

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=16

คนไทยเป็นชาติพันธ์ุที่เกิดมาคิดสร้างสรรค์

ลองดูไปรอบๆ ตัวสิครับ  มองให้เห็นรากของความเป็นคนไทย จะเห็นว่าคนไทยเป็นวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์ที่สุดในโลก  ลายไทยที่งดงามที่สุดไม่ได้เขียนจากความจำ แต่เป็นความชำนาญ (Skill) ช่างเขียนลายไทยโบราณที่เก่งกาจ เขียนลายไทยทุกซอกมุมไม่มีซ้ำกัน เรียกได้ว่ามีการ ‘ออกแบบ’ ลายกันอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว อย่างนี้ถ้าไม่เรียกว่าสร้างสรรค์ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร

ภาษาไทย เป็นภาษาที่คล่องตัวในการใช้ที่สุดภาษาหนึ่งในโลก สามารถใช้พยัญชนะ วรรณยุกต์ ออกเป็นเสียงได้ทุกภาษาในโลกได้อย่างใกล้เคียง มีไวยกรณ์ที่เคร่งครัดแต่ก็มีศัพท์แสลงที่เยอะที่สุด ภาษาวัยรุ่นเกิดขึ้นใหม่ทุกวัน ไม่ตาย แต่ก็สามารถร้อยเรียงเป็นบทกวีได้อย่างมีสุนทรียภาพ  มีความละเอียดอ่อนไหวงดงาม แต่ก็สนุกสนานได้ไม่แพ้กัน ผมมักจะคิดเอาเองบ่อยๆ ว่า ภาษาไทยนี่เองที่เป็นเหตุให้คนไทยเป็นคนอารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี  มีจิตใจงดงาม และมีความคิดสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา  ความคล่องตัวของภาษาทำให้เกิดความคล่องตัวของความคิด และการก้าวข้ามของความคิด (transpose) เกิดขึ้นได้ง่ายและว่องไว  อันนี้ก็เป็นเหตุให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้รวดเร็วเหมือนกัน

สมองของมนุษย์เกิดมาคิดมากกว่าหนึ่งเรื่องในเวลาเดียวกัน เหมือนเวลาเห็นผู้หญิงเดินมาแล้วบอกว่าสวย แล้วบอกไม่ได้ว่าสวยเพราะอะไร นี่ก็เป็นตัวอย่างการทำงานของสมอง ที่คิดมากกว่าหนึ่งในเวลาเดียว  บางครั้งรูปแบบของความคิดที่เป็นระบบ (pattern) นี้ก็เกิดข้ามไปมา คิดถึงเรื่องศิลปะแล้วก็ข้ามไปวิทยาศาสตร์ในเวลาเดียวกัน ก็อาจเกิดเป็นงานออกแบบขึ้นมาได้ เป็นต้น

ผมสังเกตุว่าศิลปะในแขนงต่างๆ ก็มีบ้างที่นำเอาการข้ามที่ว่ามาใช้ ภาพยนต์ ดนตรี ศิลปะสื่อผสมการแสดงต่างๆ ก็มีการก้าวข้ามที่ว่าเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ อยู่เนืองๆ ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ และก็โชคดีที่ความเป็นไทยแต่โบราณกาลก็เริ่มจากการก้าวข้ามไปมาจนเป็นวัฒนธรรมมไทย มีขอม มีจีน  แถมตอนท้ายมีฝรั่งเข้ามาปน วัฒนธรรมจึงทันสมัย สร้างสรรค์ และสวยงามอย่างที่เห็น

ถ้าเราเข้าใจความเป็นไทยอย่างที่เป็น  ประเทศไทยของเราก็น่าจะถูกปกคลุมด้วยความคิดใหม่ๆ โดยถ้วนหน้ากันอยู่เสมอ

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

09.12.2009

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=18

ความเป็นมนุษย์ดำรงอยู่ด้วยความสามารถในการสร้างสิ่งใหม่

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตอย่างเดียวที่ผมรู้จักที่ไม่เคยหยุดนิ่งกับสิ่งเดิมที่กำหนดไว้อยู่รอบ ๆ ตัว มนุษย์สร้างการกสิกรรมขึ้น เพื่อเอาชนะข้อจำกัดของธรรมชาติ มนุษย์สร้างอุตสาหกรรมขึ้นเพื่อเอาชนะข้อจำกัดของตัวเอง และมนุษย์สร้างเทคโนโลยีเพื่อเอาชนะข้อจำกัดของทุกอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้น

มนุษย์น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ โดยแท้และนั่นน่าจะเป็นสิ่งเดียวที่ดำรงศักยภาพของเผ่าพันธุ์ไว้ได้

หรืออีกนัยหนึ่ง ถ้าเราหยุดคิดเราก็ไม่ใช่คน

ความสามารถในการคิดสิ่งใหม่ ๆ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นความสามารถของสมองมนุษย์ที่สามารถทำงานหลายอย่างพร้อม ๆ กัน ผมไม่แน่ใจว่ามีสิ่งมีชีวิตประเภทอื่นที่สามารถอธิบายและแยกแยะความงามออกจากสิ่งที่ไม่งามได้หรือไม่  ความงามเป็นผลพวงมาจากการประมวลผลของสมองแบบองค์รวม และไม่แยกย่อย  ความสามารถเดียวกันนี้ช่วยให้สมองของมนุษย์สามารถสร้างระบบของข้อมูลของสมองในลักษณะที่เป็นระบบภาพซ้ำ (Pattern) ได้ เมื่อระบบภาพซ้ำนั้นมีขนาดใหญ่พอ สมองมนุษย์ก็จะถูกเหนี่ยวนำให้สร้างภาพใหม่ขึ้นโดยทันที ไม่แน่ใจว่าเราจะเคยสังเกตุหรือไม่ว่าความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นเป็นภาพมากกว่าตัวเลข การคิดแบบตัวเลข ( algorythm ) เป็นผลพวงมาจากการคิดแบบเส้นตรง ซึ่งไม่พอเพียงกับความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการคิดแบบคู่ขนาน (Parallel) เราจำภาพได้ง่ายมากกว่าตัวเลข แสดงให้เห็นว่าสมองมนุษย์ส่วนใหญ่ถูกสร้างมาให้เป็นระบบการคิดแบบสร้างสรรค์โดยกำเนิด

ดังนั้นการคิดให้สร้างสรรค์ไม่ใช่เรื่องยาก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ อยู่ที่ว่าเราจะยอมให้มันเกิดขึ้นหรือไม่เท่านั้นเอง

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

23.07.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=32

ความโกลาหลนำไปสู่วิวัฒนาการ

ระบบที่เสถียรคือระบบที่ตายแล้ว

สิ่งมีชีวิตทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้ตลอดเวลา วิวัฒนาการในธรรมชาติ บางครั้งเกิดจากการสะสมของการเรียนรู้ บางครั้งก็เกิดจากอุบัติเหตุ  แต่ทุกครั้งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนั้นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการจะเริ่มต้นจากความโกลาหลและวุ่นวายเสมอ  สิ่งมีชีวิตใดที่ไม่ยืดหยุ่นพอสำหรับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ต้องมีอันสูญพันธุ์ไปตามระบบของนิเวศน์นั้น ๆ

หรือแม้กระทั่งระบบของสิ่งที่ไม่มีชีวิต น้ำที่ถูกเร่งจนเดือดจนกลายเป็นไอ โมเลกุลของน้ำก็วิ่งชนกันให้วุ่นวาย แต่ผลที่ได้ก็คุ้ม ของเหลวเปลี่ยนสถานะกลายเป็นก๊าซ  สถานะของสสารที่มีความยืดหยุ่นสูงสุด

ในการที่จะคิดสิ่งใหม่ ๆ หรือเดินทางไปสู่วิวัฒนาการใหม่  บางครั้งนอกจากเดินทางย้อนกลับไปเรียนรู้จากอดีตแล้ว  ยังต้องทำความเข้าใจกับโอกาสใหม่ที่จะเกิดขึ้นท่ามกลางช่องว่างของความโกลาหล  เมื่อระบบเคลื่อนตัวออกจากระบบ ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ก็จะเกิดขึ้น และระบบมักจะปรับตัวเข้าสู่สถานะใหม่ที่คล่องตัวกว่าเสมอ สิ่งมีชีวิตก็จะวิวัฒนาการไปสู่สิ่งมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ความคิดใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นและทุกอย่างรอบ ๆ ตัวก็เปลี่ยนแปลงทุกอย่างรอบตัวเราไปสู่ สิ่งที่ดีกว่า

เป็นธรรมดาที่เมื่อสิ่งมีชีวิตมีความคุ้นเคยกับระบบที่เสถียรแล้วจะมีความคุ้นเคยกับความเสถียรนั้น และพยายามเสมอที่จะเดินทางเข้าสู่สมดุลย์ วิธีเดียวที่จะก่อให้ความไม่เสถียรได้นั้นก็เมื่อประชากรของระบบมีจำนวนมากขึ้น และมีผลทำให้ระบบมีความเสี่ยงต่อการขาดสมดุลย์มากขึ้น เนื่องจากกลไกที่รักษาสมดุลย์เดิมนั้นไม่สามารถรองรับจำนวนประชากรของระบบที่เพิ่มขึ้นได้ เมื่อนั้นความโกลาหลก็จะเริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย และนำระบบเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงไปสู่สมดุลย์ใหม่ และก่อให้เกิดวิวัฒนาการในที่สุด

ดังนั้นถ้าคิดจะมีชีวิตก็อย่ากลัวความวุ่นวายและการเปลี่ยนแปลง มิฉะนั้นก็คงไม่ต่างอะไรกับสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้ว

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

02.02.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=33

หาเครื่องมือของคุณให้เจอสำหรับฝึกคิด

เช่นเดียวกับการสร้างสิ่งใด ๆ ความคิดสร้างสรรค์ก็ต้องการเครื่องมือ  (Instrument) ในการช่วยสร้างความคิดนั้น ๆ ขึ้นมา

บางทีการนั่งคิดเฉย ๆ ก็ยากที่จะทำให้ความคิดก่อร่างสร้างตัวขึ้น ผมค้นพบว่า ‘ภาพ’ เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการก่อให้เกิดความคิดใหม่ ๆ สถาปนิกอาจจะเริ่มโดยการร่างภาพของความคิดเป็นกระดาษ นักคิดสร้างสรรค์ในสาขาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่นักออกแบบ อาจจะใช้รูปภาพมากมายในการสื่อถึงความคิดของตนที่มี ไม่สำคัญเลยว่าเครื่องมือของคุณคืออะไร คุณอาจจะพบเครื่องมืออื่น ๆ ได้อีกมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญคือ คุณต้องฝึกฝนการใช้เครื่องมือเหล่านั้นไว้อย่างคล่องแคล่ว  นักเขียนอาจจะใช้ตัวหนังสือในการสร้างสรรค์ แต่ถ้าเขาปราศจากทักษะในการใช้ภาษาที่เก่งกาจ โอกาสที่จะถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ออกมาผ่านตัวหนังสือนั้น ก็อาจะเป็นไปได้ยาก

การสร้างสิ่งใหม่ จำเป็นต้องมีความชำนาญในการใช้เครื่องมืออย่างเชี่ยวชาญ นักดนตรีจะสร้างสรรค์เพลงใหม่ ๆ ได้อย่างไรหากเล่นดนตรีไม่เป็นเลย  หากวันนี้ความคิดสร้างสรรค์ของคุณมันช่างติดขัดเหลือเกิน  แรงเสียดทานเยอะ  ก็อาจเป็นไปได้ว่าคุณยังหา ‘เครื่องมือ’ ของคุณไม่เจอหรือยังฝึกฝนใช้งานได้ไม่ว่องไวนัก ระลึกไว้เสมอว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องของทักษะ (Skill) และความชำนาญเท่านั้นที่จะช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างรวดเร็วและไม่มีขีดจำกัด

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

11.03.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=36

ความแตกต่างอาจไม่เพียงพอสำหรับการสร้างสิ่งใหม่

หลายคนมักจะเริ่มต้นคิดว่าการสร้างสรรค์คือการทำให้แปลกไว้ก่อน ก็ไม่จริงเสมอไป บางครั้งความคิดสร้างสรรค์เริ่มต้นได้จากการเบื่อสิ่งเก่าแล้วจึงพยายามจะเปลี่ยนแปลง แต่ก็ไม่เสมอไปที่การทำให้แปลกจะเป็นเรื่องสร้างสรรค์  นอกเสียจากว่าความแปลกนั้นจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามกันไปในวงกว้าง  จากจุดนั้นความคิดสร้างสรรค์อาจจะถือกำเนิดขึ้นได้

ผมมักจะมีความสนใจในเรื่องราวของ Fashion และ Pop  Culture ในแง่มุมของความคิดสร้างสรรค์ ความน่าสนใจของ fashion ก็คือการเปลี่ยนแปลงของ fashion ไม่เคยถูกกำหนดโดยคนกลุ่มใดเพียงกลุ่มหนึ่ง แต่เหมือนฝูงชนถูกชักจูงไปในทิศทางบางอย่างเป็นองค์ร่วมโดยไม่เฉพาะเจาะจง เหมือนฝูงนกที่บินไปในทิศทางเดียวกันเกาะกลุ่มไปอย่างมีรูปขบวนแต่ปราศจากผู้นำที่ชัดเจน และ fashion ก็นำเราไปสู่สิ่งใหม่ ๆ ได้เสมอ หรือแม้แต่สิ่งที่บางครั้งอาจจะได้รับการดูแคลนว่าตื้นเขินอย่าง Pop Culture ก็มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ตลอดเวลา เป็นเการเปลี่ยนแปลงที่คอยจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

ความแตกต่างอาจไม่พอที่สร้างสิ่งใหม่ แต่ความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง เป็นบ่อเกิดสำคัญแห่งความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นสิ่งเดียวที่จะทำให้ไม่เกิดการตายด้านทางความคิดก็คือ ทันทีที่รู้ว่าเริ่มทำอะไรที่เข้าท่าให้เริ่มหาทางเริ่มเการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่กำลังทำอยู่ให้เร็วที่สุด

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

11.05.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=38

ความคิดสร้างสรรค์ สำคัญที่เป้าหมายและการฝึกฝน

จุดเริ่มในการตั้งต้นคิดก็คือเป้าหมาย (Purpose) ที่สำคัญว่าต้องการจะคิดไปเพื่อหาคำตอบสิ่งใด ความคิดสร้างสรรค์จะไม่เกิดขึ้นหากปราศจากเป้าหมายของความคิดที่ชัดเจนแม้ว่าจะยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่อย่างน้อยก็ต้องมีวัตถุประสงค์ที่มองเห็น  เราอาจจะเดินขึ้นเขาได้หลายทางและสามารถหาทางเดินขึ้นเขาใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา แต่ก็ต้องเห็นได้ชัดเจนก่อนว่าจะขึ้นเขาลูกไหน สูงต่ำแค่ไหน ใกล้ไกลเพียงใด

สิ่งทีสำคัญอีกประการที่ต้องระลึกไว้เสมอก็คือ ความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องของการฝึกฝน (Skill) มากกว่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์ (Talent) คนที่ฝึกคิดบ่อย ๆ ก็จะสามารถมีความคิดใหม่ ๆ ได้คล่องแคล่วรวดเร็ว และเมื่อฝึกคิดจนชำนาญแล้ว แม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้ใช้ความคิดไปสักพัก แต่เมื่อกลับมาคิดก็จะสามารถคิดได้อย่างรวดเร็ว เปรียบเทียบเสมือนกับการถีบจักรยาน ที่เมื่อหัดจนคล่องแคล่วแล้ว จะกลับมาถีบเมื่อไหร่ก็ได้เสมอ

หากวันนี้อยากคิดอะไรใหม่ ๆ แต่ยังคิดไม่ออกเสียที สิ่งแรกที่จะต้องกลับมาดูให้ละเอียดก็น่าจะเป็นเรื่องของเป้าหมายที่ว่า ทบทวนให้ละเอียด หายอดเขาของเราให้เจอ ทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเราจะคิดไปเพื่อหาคำตอบเรื่องอะไร ความคิดสร้างสรรค์ไม่เคยมาจากกระบวนการ แต่มักจะลอยมาง่าย ๆ โดยไม่คาดฝัน หากเป้าหมายของความคิดมีความชัดเจนปรากฏอยู่

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

02.06.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=39#

คิดจากล่างขึ้นบน

หลายคนมักจะคิดว่ากระบวนการของความคิดสร้างสรรค์นั้น จะเกิดขึ้นได้ต้องมีสมองที่ฉลาดปราดเปรื่องเป็นคนคิดขึ้น และกำหนดจากบนลงล่าง ว่าสิ่งที่จะถูกสร้างขึ้นนั้นจะต้องมีลักษณะอย่างไร  มีรายละเอียดอย่างไร หากเป็นอย่างนั้นจริง คนที่จะมีสมองที่ฉลาดปราดเปรื่องเหล่านั้น ก็คงหาได้ยากยิ่ง และโลกเรานี้ก็คงต้องพัฒนาไปอย่างแร้นแค้นความคิดใหม่ ๆ อย่างเป็นแน่แท้

ความคิดสร้างสรรค์ แท้จริงแล้วเป็นกระบวนการทำงานแบบองค์รวมที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เพื่อให้เห็นภาพใหม่ องค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์นั้นคือรายละเอียด ข้อมูลย่อยที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้  ขอเพียงให้มีใครสักคนที่มองเห็นองค์ประกอบย่อยเหล่านั้นในองค์รวม โดยใช้เวลาที่เหมาะสมแม้แต่คนที่ฉลาดน้อยที่สุด ก็สามารถที่จะกำเนิดความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

หากดูการเชื่อมโยงของ Network  ที่ใหญ่ที่สุดอย่าง Internet อาจจะเห็นภาพได้ชัดเจน เราไม่ต้องอาศัยอัจฉริยะในการเปิดดูเรื่องราวใน Internet เพื่อสร้างความคิดใหม่ แม้แต่เด็กเล็ก ๆ ก็สามารถเกิดความคิดใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา เพียงแค่ใช้เวลากับองค์รวมของเครือข่ายเหล่านี้ และแน่นอนไม่มีใครสร้าง Internet ขึ้นด้วยคนเดียว ทุกคนช่วยกันสร้างขึ้นคนละไม้คนละมือ เป็นการสร้างจากล่างขึ้นบนโดยแท้

ดังนั้น ในการสร้างเงื่อนไขไปให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้นในองค์กรหรือการทำงาน จงหาทางเปิดโอกาสให้ข้อมูลจากข้างล่างขึ้นมาควบคุมองค์รวม หาเหตุให้คิดจากล่างขึ้นบน ความคิดสร้างสรรค์ก็จะเกิดได้เร็วขึ้น

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

02.08.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=49

ฝันให้มากกว่าหนึ่ง

เครื่องจักรที่สลับซับซ้อนแต่ทำงานเพียงหนึ่ง จะมีโอกาสน้อยกว่าที่จะมีประสิทธิภาพเท่ากับเครื่องจักรที่ง่าย แต่ทำอะไรได้หลายอย่าง

เครื่องจักรที่สลับซับซ้อนแม้จะมีประสิทธิภาพสูงเพียงใด โอกาสที่จะเสียก็ง่ายมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งถ้าถูกสร้างมาเพื่อวัตถุประสงค์เดียว การขาดประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะทำให้ผิดพลาดจากวัตถุประสงค์ไป และเสียหายไปทุกอย่าง เครื่องจักรที่มีความซับซ้อนน้อย แต่มีความยืดหยุ่นของวัตถุประสงค์ สามารถปรับตัวได้ง่าย อาจจะต้องใช้เครื่องจักรที่สลับซับซ้อน แต่ความเสียงที่จะไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางก็จะน้อยลง

สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในธรรมชาติมักจะมีวัตถุประสงค์มากกว่าหนึ่งเสมอ องค์ประกอบย่อยของสิ่งมีชีวิตอาจจะมีวัตถุประสงค์ แยกออกไปอย่างชัดเจน แต่เมื่อรวมเข้าเป็นองค์รวมของสิ่งมีชีวิตแล้ว องค์รวมนั้นจะมีวัตถุประสงค์มากกว่าหนึ่งเสมอ การมีวัตถุประสงค์ที่ไม่เฉพาะเจาะจงลงไปเพียงหนึ่ง จะเปิดโอกาสให้เกิดจากวัตถุประสงค์ใหม่ได้ง่ายขึ้น และนำไปสู่กระบวนความคิดแบบสร้างสรรค์

หากเราจะสร้างบางสิ่งจากความว่างเปล่า บางครั้งอาจต้องลืมเรื่องความสมบูรณ์แบบของความคิดนั้น ความคิดที่ไม่สมบูรณ์แต่ใช้การได้ อาจจะมีประโยชน์มากกว่า  และมีความจำเป็นมากที่ต้องคิดถึงความเป็นไปได้ที่มากกว่าหนึ่งเสมอ ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นไม่ได้หากเรามีคำตอบที่ตายตัวสำหรับคำถามไว้ล่วงหน้า มีเป้าหมาย แต่เปิดโอกาสให้ความฝันมีมากกว่าหนึ่งเสมอ

บทความเขียนให้กับ www.creativethailand.org

01.09.2010

http://www.creativethailand.org/th/articles/article_detail.php?id=50#

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 3,296 other followers